FAQ

การบริการของเรา

ตลาดสินค้าประเภทอาหารเสริมในประเทศไทย


Our Service

ช่องทางการชำระเงิน?

  • Office — สามารถชำระได้ด้วยเครดิต การ์ดและเงินสด ภายในเวลาทำการ คือ 9.00 น. – 17.00 น. และปิดทำการวันเสาร์ อาทิตย์
  • ภายในเขตกรุงเทพมหานคร จะทำการจัดส่งโดยไปรษณีย์ด่วนพิเศษ ซึ่งโดยปกติแล้วจะถึงผู้รับในวันถัดไป ลูกค้าภายในกรุงเทพ สามารถชำระได้โดย Internet transfer, ATM, Paypal, Paysbuy และฝากเงินเข้าบัญชีของบริษัทฯ
  • ต่างจังหวัด — สามารถชำรพผ่านทาง ATM, Internet transfer, Paypal, Paysbuy หรือฝากเข้าบัญชีบริษัท และทางบริษัทฯจะจัดส่งโดยบริษัทสำหรับจัดส่งพัสดุ
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ (บัญชีออมทรัพย์) - สาขาอโศก - 0324334319
    ชื่อบัญชี: Thai Sports Supplements Co.,Ltd.
    Swift Code : SICOTHBK
  • ธนาคารกรุงเทพ (บัญชีออมทรัพย์) - สาขาอโศกมนตรี - 9250011658
    ชื่อบัญชี: Thai Sports Supplements Co.,Ltd.
    Swift Code : BKKBTHBK

 

การจัดส่งสินค้า?

  • ลูกค้าที่อาศัยภายในเขตใจกลางกรุงเทพมหานคร จะจัดส่งโดยพนักงานจัดส่งและท่านสามารถชำระเงินโดยตรงกับพนักงานจัดส่งได้ทันที ส่วนลูกค้าที่อยู่ไกลจากสถานที่ที่สามารถจัดส่งโดยพนักงานจัดส่งได้ จะทำการจัดส่งสินค้าโดย EMS และสินค้าจะส่งถึงลูกค้าภายในวันถัดไป
  • ลูกค้าต่างจังหวัด จะจัดส่งโดย EMS แต่ถ้าหากการสั่งซื้อมีขนาดใหญ่ จะจัดส่งโดยใช้บริการบริษัทจัดส่ง การจัดส่งโดย EMS จะมีการแจ้ง tracking number ทางอีเมล์ภายในตอนบ่าย และเพื่อความสะดวก กรุณาแจ้งที่อยู่ที่ชัดเจน รวมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อบริษัทที่จัดส่งสินค้าจะสามารถติดต่อกับผู้รับได้ โดยระบุหมายเลขห้อง ,ถนน หรือหมู่บ้านโดยละเอียด หากไม่แน่ใจ สามารถใช้ที่อยู่จากบิลการชำระเดิม

 

ระยะเวลาการจัดส่ง?

  • ภายในกรุงเทพมหานคร หากต้องการชำระเงินโดยชำระกับพนักงานจัดส่ง ทางบริษัทฯจะจัดส่งภายในวันถัดไป ภายในระยะเวลาทำการ โดยจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อทางโทรศัพท์เพื่อยืนยันการรับสินค้าก่อนจัดส่ง และผู้ที่จะรับสินค้า รวมถึงรายละเอียดต่างๆ หากลูกค้าอาศัยอยู่ชานเมือง ทางบริษัทจะจัดส่งโดย EMS และลูกค้าจะได้รับสินค้าภายในวันถัดไป
  • ลูกค้าต่างจังหวัด หากมีการสั่งสินค้าภายในวันทำการ ทางบริษัทฯจะดำเนินการจัดส่งสินค้าในวันถัดไป และลูกค้าจะได้รับสินค้าประมาณ 3 วันทำการ (หรือเร็วกว่านั้น)
    หากลูกค้าอาศัยอยู่ภายในเกาะหรือไกลมากๆ (นอกจากภูเก็ต) อาจจะมีการจัดส่งล่าช้าเนื่องจากต้องขออนุญาตจัดส่งทางเรือ ทางบริษัทจะดำเนินการจัดส่งและเซ็ทตารางการจัดส่งสินค้าประมาณ 2 ครั้งต่ออาทิตย์ หากสินค้าส่งล่าช้าจากที่บริษัทได้แจ้งไว้ โปรดรอประมาณ 1-2 วัน เนื่องจากการขนส่ง หากมีผู้ติดต่อที่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ดีจะเป็นการดีในการติดต่อเรื่องการส่งสินค้า และหากมีการติดต่อเข้าไปโดยเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่ทราบผู้ติดต่อ อาจจะเป็นเจ้าหน้าที่จัดส่งกำลังติดต่อเข้าไปเพื่อจัดส่งสินค้า และลูกค้าสามารถติดต่อเราได้โดยตรง (ในเวลาทำการ) ซึ่งหากมีปัญหาเกิดขึ้น เราจะเปนผู้ที่ติดตามเรื่องจากทางบริษัทผู้จัดส่งเพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกค้า

 

พื้นที่ที่ให้บริการจัดส่งสินค้า?

สินค้าของเรา สามารถจัดส่งได้ทั่วประเทศไทย


 
  North
1. เชียงใหม่
2. เชียงราย
3. ลำปาง
4. ลำพูน
5. แม่ฮ่องสอน
6. น่าน
7. พะเยา
8. แพร่
9. อุตรดิตถ์
  East
1. ฉะเชิงเทรา
2. จันทบุรี
3. ชลบุรี
4. ปราจีนบุรี
5. ระยอง
6. สระแก้ว
7. ตราด
 
North-East
1. อำนาจเจริญ
2. บุรีรัมย์
3. ชัยภูมิ
4. กาฬสินธุ์
5. ขอนแก่น
6. เลย
7. มหาสารคาม
8. มุกดาหาร
9. นครพนม
10. นครราชสีมา
11. หนองบัวลำภู
12. หนองคาย
13. ร้อยเอ็ด
14. สกลนคร
15. ศรีสะเกษ
16. สุรินทร์
17. อุบลราชธานี
18. อุดรธานี
19. ยโสธร
1. อุบลราชธานี
2. อุดรธานี
3. ยโสธร
 
West
1. กาญจนบุรี
2. เพชรบุรี
3. ประจวบคีรีขันธ์
4. ราชบุรี
5. ตาก
  Central
1. อ่างทอง
2. พระนครศรีอยุธยา
3. กรุงเทพมหานคร
4. ชัยนาท
5. กำแพงเพชร
6. ลพบุรี
7. นครนายก
8. นครปฐม
9. นครสวรรค์
10. นนทบุรี
11. ปทุมธานี
12. เพชรบูรณ์
13. พิจิตร
14. พิษณุโลก
15. สุโขทัย
16. สมุทรปราการ
17. สมุทรสาคร
18. สมุทรสงคราม
19. สระบุรี
20. สิงห์บุรี
21. สุพรรณบุรี
22. อุทัยธานี
 
South
1. ชุมพร
2. กระบี่
3. นครศรีธรรมราช
4. นราธิวาส
5. ปัตตานี
6. พังงา
7. พัทลุง
8. ภูเก็ต
9. ระนอง
10. สตูล
11. สงขลา
12. สุราษฎร์ธานี
13. ตรัง
14. ยะลา

 

วันหยุดปกติและหยุดนักขัตฤกษ์มีผลต่อระยะเวลาการจัดส่งหรือไม่?

ตามปกติแล้ววันหยุดนักขัตฤกษ์ ธนาคารและที่ทำการไปรษณีย์มักจะหยุดทำการ ซึ่งทำให้เราไม่สามารถจัดส่งให้ลูกค้าได้ ทางบริษัทฯจะจัดส่งสินค้าให้ในวันถัดไป เช่นลูกค้าสั่งสินค้าในช่วงบ่ายวันศุกร์ ก่อนที่จะมีการหยุดยาวต่อเนื่องถึงวันจันทร์ ทางบริษัทจะสามารถจัดส่งสินค้าได้ในวันอังคารช่วงเช้า เป็นต้น


ตลาดสินค้าประเภทอาหารเสริในประเทศไทย

เหตุใดในประเทศไทยถึงมีผลิตภัฯฑืประเภทอาหารเสริมน้อยกว่าประเทศอื่น?

หลายคนอาจจะมีข้อสังเกตว่าในประเทศไทยนั้นมีสามารถหาซื้อสเตียรอยด์และยาได้ในร้านขายยยาบางร้าน โดยไม่ต้องมีใบจ่ายยาจากแพทย์ แต่สินค้าประเภทโปรตีนผงและอะมิโนยังไม่ได้หาซื้อได้ง่าย เนื่องจาก องค์การอาหารและยาในประเทศไทย มีข้อกำหนดที่เข้มงวด และหลายผลิตภัณฑ์ ถูกปรับเนื่องจากมีส่วนผสมต้องห้าม การจำนำเข้าหรือจำหน่ายอาหาร ยา, อาหาร หรือเครื่องสำอางค์ในประเทศไทย จำเป็นต้องได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาประเทศไทยก่อนเท่านั้น จึงจะสามารถจำหน่ายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงทำให้ราคาของสินค้าที่นำเข้ามาจำหน่ายมีราคาสูงกว่าปกติ ซึ่งการดำเนินการค่อนข้างซับซ้อน ทำให้ระยะเวลาดำเนินการนาน และผลิตภัณฑ์ที่เหมือนกัน แต่อาจจะเป็นยี่ห้ออื่น ก็ไม่ได้หมาายความว่าจะผ่าน อย. ในวิธีการเดียวกัน และเนื่องการขั้นตอนที่เข็มงวด ทำให้สินค้าหลายๆชนิดที่มีขายอยู่ในตลาดไม่ว่าจะเป็นกาวางขายตามแผงลอย, เว็บไซต์ที่ไม่เป็นทางการ และการจำหน่ายโดยผู้จำหน่ายอิสระ อาจจะเป็นสินค้าที่มีอันตรายเนื่องจากส่วนผสมที่เป็นอันตรายและนำเข้ามาอย่างไม่ถูกกฎหมายและการรับรองจาก อย. ดังนั้นเพื่อควาามปลอดภัยของผู้บริโภคเอง การสั่งซื้อสินค้าหรือรับประทานอาหารเสริมที่ผ่านการรับรองจาก องค์การอาหารและยาประเทศไทยนั้น ปลอดภัยที่จะรับประทานที่สุด และควรที่จะระวังการปลอมเครื่องหมาย อย. จากผู้จำหน่ายอิสระหรือผู้ที่ลักลอบนำเข้ามาขาย

เมื่อเปรียบเทียบตลาดอาหารเสริมในประเทศไทยกับหลายประเทศนั้นจะเห็นว่าต่างกันมาก ยกตัวอย่างเช่นในสหรัฐอเมริกานั้น ไม่จำเป็นต้องมีการตรวจสอบและรับรองจากองค์การอาหารและยาก่อนที่จำนำเข้ามาจัดจำหน่าย การที่สมุนไพรรักษาโรค, ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและอาหารเสริมสำหรับนักกีฬาได้รับความนิยม ทำให้คนทั่วไปมักจะไม่ได้ระวังเกี่ยวกับการกล่าวโฆษณาเกินจริงของผลิตภัณฑ์หลายๆชนิดในหลายประเทศ

การที่ผงโปรตีนหลายๆยี่ห้อที่มาจากประเทศพัฒนาแล้ว ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยและใช้ได้เห็นผล บริษัทอาหารเสริมหลายบริษัทได้สั่งซื้อส่วนผสมมากจากหลายประเทศ เช่นประเทศจีน ที่มีปัญหาเรื่องความปลอดภัยของอาหารและยาอยู่พอสมควร มีนักกีฬาเสียชีวิตและการตรวจะพบสเตียรอยด์ในนักกีฬาช่วงปีที่ผ่านมานั้น ปรากฎว่ามีความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น

ในประเทศไทย พนักงานออฟฟิศและชนชั้นกลางนั้นมีการเพิ่มจำนวนของผู้ที่มีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ของน้ำหนักตัวและปัญหาเรื่องสุขภาพเพิ่มขึ้น จำนวนยิมที่เพิ่มขึ้นเพื่อเสนอทางเลือกให้คนหันมาดูแลสุขภาพและรูปร่างก็มีเพิ่มขึ้น ซึ่งเมื่อมองในแง่ของการตลาด ถือว่าเป็นความคุ้มค่าที่จะลงทุนในส่วนของอาหารเสริม

การเข้มงวดในการโฆษณาทำให้การการอธิบายผลิตภัณฑ์นั้นมีค่าใช้จ่ายที่สูงสำหรับบุคคลทั่วไป เมื่อรายได้ของประชากรเพิ่มขึ้น และ โปรตีน, อะมิโนและอาหารเสริมแบบอื่นๆเป็นที่รู้จักมากขึ้น และมีความเข้าใจที่ถูกต้อง ค่าเฉลี่ยของคนไทยที่จะตัดสินใจเพื่อที่จำนำอาหารเสริมมาใช้เพื่อเป็นการโภชนาการก็มีโอกาสสูงขึ้น

 

อาหารเสริมในประเทศไทยมีราคาสูงหรือไม่?

ส่วนใหญ่แล้วสินค้าประเภทอาหารเสริมในประเทศไทยจะมีราคารที่สูงกว่าประเทศที่ผลิต เนื่องจากการขนส่ง, VAT, ค่าดำเนินการนำเข้า และค่าการตลาดสำหรับผู้จำหน่ายที่เพิ่มขึ้น เฉพาะส่วนนี้ก็สามารถบวกไปได้ถึง 50-100 เปอร์เซ็นต์ จากราคาโรงงาน การบวกเพิ่มราคาในส่วนนี้จะทำให้สามารถพบความพิรุธกับบรรดาสินค้าอาหารเสริมที่นำเข้ามาแต่กลับมีราคาที่ถูกกว่าราคาจำหน่ายตามท้องตลาดหรือราคาทั่วโลก

เนื่องจากประเทศไทยมีค่าครองชีพที่ต่ำ และอาหารการกินค่อนข้างไม่แพง ทำให้การเปรียบชเทียบราคาอาหารเสริมนั้นดูสูง ทำให้ทั้งชาวต่างชาติและคนไทยเอง มองว่าการซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้นจะทำให้เปอร์เซ็นของรายได้ไม่พอกับรายจ่าย

และสิ่งนี้เองก็ยังเป็นข้อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่ใกล้เคียงกันสาเหตุเนื่องมาจากราคานั่นเอง คนทั่วไปมักจะเลือกสินค้าที่มีราคาถูกกว่า หรือคุณภาพที่ต่ำกว่า เนื่องจากราคาที่ต่ำกว่า เวย์โปรตีนคุณภาพต่ำที่ซื้อจากร้านขายออนไลน์มักนำเข้ามาจากประเทศอเมริกานั้นไม่ควรนำมาเทียบกับคุณภาพของเวย์ไอโซเลตจาก Musashi เพราะในที่สุดแล้วคุณจ่ายเงินเพื่อสิ่งใด คุณก็จะได้สิ่งนั้นตอบแทน การที่สินค้ามีราคาต่ำ เป็นเพราะการผลิตนั้นผลิตจากส่วนผสมที่มีคุณภาพที่ต่ำนั่นเอง

 

จะเปรียบเทียบราคาของ Musashi อย่างไร?

Musashi เป็นสินค้าแบรนด์ระดับ Premium และเป็นปกติที่จะราคาสูงกว่าสินค้าที่มาจากสินค้าที่ส่วนผสมคุณภาพต่ำ ราคาขายปลีกในประเทศนั้นแทบจะใกล้เคียงกับราคาที่ประเทศผู้ผลิต ซึ่งก็คือประเทศออสเตรเลีย

ยกตัวอย่างเช่น:

  • L-Carnitine ราคาที่ Australia คือ AUD59.99 เปรียบได้เท่ากับ 1,831.49 บาท (อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 7 มีนาคม 2556 เท่ากับ 30.53 THB ต่อ 1 AUD) และราคาขายในประเทศเท่ากับ 2,050 บาท
  • ISO8 (Lean) ขนาด 900กรัม ราคาที่ Australia คือ AUD98.00 เทียบเท่ากับ 2,991.94 บาท ในขณะที่ราคาขายปลีกในประเทศอยู่ที่ 2,850 บาท เท่านั้น

 

อาหารเสริมยี่ห้ออื่นในประเทศไทย?

ตลาดสินค้าอาหารเสริมในประเทศไทยนั้นจัดว่ายังอยู่ในระดับเริ่มต้น และความหลากหลายนั้นยังมีไม่มาก ด้วยเหตุผลเรื่องการรับประกันและกาติดตามข่าวของเราเอง ทำให้เรากล้าที่จะแนะนำว่าการที่ซื้ออาหารเสริมจากที่ไม่ผ่านการรับรองจาก องค์การอาหารและยาแห่งประเทศไทยนั้นมีความอันตรายและควรพิจารณาให้ถี่ถ้วน

นอกเหนือไปจากนั้น ใบรับประกันและเอกสารจากต่างประเทศ จะเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่าสินค้าเป็นของแท้ และไม่ใช่เรื่องง่ายที่การที่สินค้าประเภทนี้จะลดราคาลงมาง่ายๆ ดังที่จะเห็นได้จากการขายตามเว็บไซต์ต่างๆ เฉพาะอย.ของแต่ละประเทศเท่านั้นที่จะสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าได้ว่าสินค้านั้นปลอดภัยที่จะบริโภค ผู้ที่นำเข้าสินค้านั้นควรที่จะต้องมีการลงทะเบียนผูประกอบการและมีออฟฟิศที่แน่นอน, การรับรองสถานที่เก็บสินค้า และเอกสารต่างๆ และหากมีข้อสงสัย ทางผู้ประกอบการควรจะมีเอกสารเพื่อยืนยันความถูกต้องได้เสมอ

เมื่อเปรียบเทียบสินค้าในประเทศไทยที่ผ่ายอย. เวย์โปรตีน ครีเอทีน โมโนไฮเดรต โปรตีนแท่ง และอื่นๆแล้ว จะเป็นสิ่งที่ช่วยในการตัดสินใจ มากกว่าราคาต่อหน่วยของสินค้านั้นๆ ดูรายละเอียดของขนาดรับประทาน ดูข้อมูลทางโภชนาการและให้พิจาราเสมอว่าคุณจะไม่ซื้อสินค้าประเภทนี้มีมีปริมาณไขมันและน้ำตาลที่มากเกินไป ทุกบริษัทที่ขายสินค้าที่ผ่านการรับรองจากอย.ประเทศไทยควรที่จะมีการเก็บเอกสารที่ทางอย.ได้ตรวจสอบสินค้าไว้ หากมีข้อสงสัย ควรติดต่อกับเจ้าหน้าที่ทันที และหากลูกค้ามีข้อสงสัยกับสินค้าของเราสามารถส่งจดหมายเพื่อสอบถามได้ทันที

เป็นเรื่องสำคัญที่ควรจะพิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าชนิดใด ยกตัวอย่างเช่น ไอโซเลต เวย์โปรตีน ที่มีราคาสูงและเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีโปรตีนแท้เป็นส่วนผสม 85-90% อย่าเชื่อสินค้าที่บอกว่าเป็นเวย์ ไอโซเลต แต่กลับมีส่วนผสมของเวย์โปรตีนแท้เพียงแค่ 70-80% และอย่าเพิ่งเชื่อผู้ขายว่ามีโปรตีนผสมอยู่ 90% ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงที่สุดของเวย์โปรตีนเพราะมักจะมีสารเติมเต็มอื่นอย่างเช่นรสชาด สี และสารเพิ่มความหวาน และอย่าเพิ่งเปรียบเทียบราคาของผลิตภัณฑ์ที่มีโปรตีน 70% กับโปรตีน 80%

ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์อื่น เช่น L-Carnitine ให้มั่นใจว่ามีปริมาณ L-Carnitine เต็ม ผลิตภัณฑ์หลายๆตัวในประเทศไทยมี L-Carnitine Tartrate เป็นส่วนประกอบ 66เปอร์เซนต์ นอกจากนั้นส่วนใหญ่แล้วจะมีส่วนผสมอยู่แค่ 100หรือ 200 มิลลิกรัมต่อ 1 ขนาดรับประทานเท่านั้น กรณีของ BCAA ที่เป็นกรดอะมิโนก็เช่นกัน ขนาดบรรจุที่ใหญ่โต แต่กลับมีส่วนผสมของ BCAA ที่น้อยเกินที่จะเป็นปรธโยชน์ต่อร่างกายได้

การดื่มเครื่องดื่มหรือกาแฟหรือแม้แต่โยเกิร์ตที่มีส่วนผสมของ กรดอะมิโนและ L-Carnitine อย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่ได้ส่งผลที่ดีขึ้นต่อร่างกาย หากจะดูลงไปลึกๆแล้ว จะเห็นว่ามีส่วนผสมอยู่ในปริมาณที่น้อยมากๆ เมื่อเทียบกับการรับประทาน L-Carnitine หรือรับประทานเวย็โปรตีนคุณภาพสูงโดยตรง

 ติดต่อเรา
LINE
@thaisports16

Messenger
@thailandmusashi

อีเมล
info@thaisupplements.com

โทร
02-070 6334